Select Page

ใกล้เข้ามาทุกเพลาแล้วนะครับ สำหรับฤดูกาลงานบุญใหญ่ของชาวพุทธประจำปี พ.ศ. 2563  นั่นคือ วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา แน่นอนว่าหากเป็นปีอื่นๆ ชาวพุทธทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทยจะต้องเตรียมตัว เตรียมใจที่จะประพฤติปฏิบัติตนตามแนวทางที่เคยทำกันมา เช่น ไปวัด ฟังธรรม ถวายเทียน ทำทาน อธิฐานจิต เรียกได้ว่าอิ่มบุญกันตั้งแต่ชาตินี้โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ในชาติหน้ากันเลย

และเป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าปีนี้ทั่วโลกมีการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยก็ยังยู่ในห้วงเวลาของการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  เพราะฉะนั้นหากตัวเลขการระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น กิจกรรมที่เคยจัดในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาปีนี้ ก็อาจจะมีการปรับรูปแบบ มาถึงตอนนี้ก็จะมีคำถามเกิดขึ้นในใจกันบ้างว่า แหม ถ้าสถานการณ์คับขันถึงขนาดที่ทำได้แค่ตั้งจิตอธิฐานอยู่บ้านจะได้บุญมากน้อยเพียงไร เพราะฉะนั้นเราก็เลยจะชวนทำความเข้าใจเรื่องการทำบุญอย่างไร อธิฐานอย่างไรให้ได้บุญ หรือทำบุญอย่างไร อธิฐานอย่างไรให้ได้บุญมาก

เรามาเริ่มต้นจากทำความเข้าใจกันในเชิงความหมายก่อนเลยนะครับ คำว่า พุทธ แปลว่าการรู้ สิ่งที่ถูกรู้เรียกว่า ธรรม หมายถึงธรรมชาติ อันได้แก่ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย จัดเป็นกลุ่มก็คือ การเกิดขึ้น การตั้งอยู่ และการดับไป

เครื่องมือสำคัญของการเป็นผู้รู้แจ้ง (พุทธ) ในธรรมชาติ (ธรรม) เรียกว่า สติ คือ ความรู้สึกตัว เพื่อกำหนด กรรม คือกำหนดการกระทำ ทำอะไรให้เกิดขึ้น ทำอะไรให้คงอยู่ ทำอะไรให้ดับไป สร้างความดีให้เกิดขึ้น รักษาความดีให้คงอยู่ ทำลายความดีให้ดับสิ้นไป สร้างความชั่วให้เกิดขึ้น รักษาความชั่วให้คงอยู่ ทำความชั่วให้ดับสิ้นไป ผลของการกระทำมีสองอย่าง ได้แก่ ความสุข เรียกว่า บุญ และ ความทุกข์ เรียกว่า บาป  สติไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือสำคัญของการรู้แจ้งในธรรมชาติ แต่ยังเป็นเครื่องกำหนดคุณค่าระหว่างวิธีทำและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เป็นที่มาของคำว่า ทำอะไรได้อย่างนั้น ทำดีเกิดความสุขเรียกว่าได้บุญ ทำไม่ดี ทำชั่ว ทำให้เกิดความทุกข์ เรียกว่า เป็นบาป  

สติ เป็นของวิเศษ คนที่มีสติก็เหมือนคนที่มีของวิเศษ เพราะนอกจากจะมีความรู้สึกตัวอยู่เสมอแล้ว ยังตั้งมั่นอยู่บนความไม่ประมาท เครื่องมือที่ยืนยันว่าคนที่มีสติตั้งมั่นอยู่บนความไม่ประมาทเรียกว่า การอธิษฐาน คือ การกำหนดความปรารถนา ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนยกมืออธิษฐานต่อตนเอง ก็คือการกำหนดความปรารถนาไว้กับตนเอง ว่าจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เมื่อกำหนดความตั้งใจไว้แล้วก็ลงมือปฏิบัติ ขยันอ่านหนังสือ ค้นคว้าข้อมูล ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรียนรู้ คือการทำกรรมดีตามที่อธิษฐาน เมื่อถึงเวลาสอบวัดผลความรู้ ก็นำความเข้าใจนั้นมาใช้ประโยชน์ในการทำข้อสอบ ยิ่งเป็นสิ่งยืนยันคำกล่าวที่ว่า ทำสิ่งใดได้สิ่งนั้น ตั้งจิตอธิษฐานทำกรรมกับใครก็ได้กับคนนั้น อ่านหนังสือคือการทำกรรมดีกับตนเอง ก็ได้ผลของกรรมดีต่อตนเอง เมื่อสมปรารถนาก็มีความสุข เป็นผลบุญก็เรียกได้

สำหรับคนที่ขาดสติ ก็เรียกได้ว่าขาดจากการเป็นผู้รู้ (อพุทธ) ไม่กำหนดความตั้งใจคือไม่มีคำอธิษฐาน ก็ไม่สามารถเท่าทันการกระทำ (กรรม) ของตน ว่ากำลังทำดีหรือทำชั่ว ไม่สามารถกำหนดผลลัพธ์ ความสุข ความทุกข์ (บุญ-บาป) ที่จะเกิดขึ้นได้ เรียกได้ว่าใช้ชีวิตจึงวนเวียนอยู่ในความไม่รู้ หลงออกไปจากธรรมชาติที่ควรเป็น (อธรรม)        

บทสรุปของการ “อธิษฐานอย่างไรให้ได้บุญมาก” ก็คือ การเริ่มต้นที่จะสมัครใจในการเป็นผู้รู้แจ้งในธรรมชาติ มีสติรู้สึกตัวอยู่เสมอ กำหนดความปรารถนาที่ต้องการ ลงมือปฏิบัติตามแนวทางที่นำไปสู่ความสำเร็จ ไม่หลงในสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมชาติ ไม่งมงายในสิ่งที่ไม่มีคำอธิบายให้เป็นความรู้ได้ ตนเองเท่านั้นที่จะเป็นผู้รู้ว่าอะไรคือปฏิบัติแล้วนำไปสู่สิ่งดี หรือสิ่งไม่ดี อะไรจะนำมาซึ่งความสุขที่เรียกว่าบุญ หรือจะนำพาซึ่งความทุกข์ที่เรียกว่าบาป ส่วนในประเด็นเชิงปริมาณที่ว่าจะได้บุญมากหรือได้บุญน้อยนั้น เริ่มเห็นความโลภในธรรมนะครับ และไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นจะมาอธิบายแทนผู้กระทำได้ ความสมเหตุสมผลที่เรียกว่ารู้แจ้งในธรรมก็คือ ใครทำสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้นเป็นธรรมในเชิงคุณภาพแล้ว  

วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษาปี 2563 นี้ ลองหาคำอธิบายให้กับตนเองกันนะครับว่า ตัวเรานี้แจ้งใจในการเป็นชาวพุทธ ตามนิยามความหมาย มีเครื่องมือตรวจสอบตนเองกันแล้ว ด้วยสติรู้แจ้งในธรรมชาติที่ตนเองจะเป็นผู้กำหนดและตรวจสอบสิ่งที่ตนรู้ เพราะธรรมะเป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติจะเห็นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งปฏิบัติได้ ให้ผลได้ไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน.

ขอขอบคุณ ภาพปกจาก Mariokung 

ร่วมแสดงความคิดเห็น
Share This
%d bloggers like this: